สูตรแกงมัสมั่นไก่

0

สูตรอาหาร แกงมัสมั่นไก่ เมนูอาหารภาคใต้ ที่รับการโหวตจาก BCCQN ว่าเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก รสชาติออกเปรี้ยว เค็ม หวาน กลมกล่อม ขั้นตอนวิทำไม่ยากนัก

แกงมัสมั่น นั้นเป็นอาหารไทยที่ได้รับอิทธิพลมากจากมลายู ซึ่งเรียกกันตามภาษาชาวไทยมุสลิมว่า ซาละหมั่น สำหรับต้นฉบับจริงนั้นจะมีรสชาติออกเค็มมัน แต่สำหรับรสชาติแบบไทยๆ นั้นจะออก เปรี้ยว เค็ม หวาน กลมกล่อม

วันนี้! ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ลงมือทำ  แกงมัสมั่นไก่ อาหารอร่อยที่สุดในโลกกันซักทีหลังจากสารวนหาวัตถุดิบ ที่หายากที่สุดก็เป็นกานพลูที่ใช้ตำน้ำพริกแกงนะแหละ ก็พยายามจะใช้สูตรที่มันง่ายๆ จะได้ลงมือทำได้สะดวกขึ้นตามรูปแบบสังคมเมือง ก็รู้สึกมีความสุขสนุกกับการทำ แกงมัสมั่นไก่ ในวันนี้เอามากๆ เลยแม้ อาจจะใช้เวลานานนิดๆ เพราะเริ่มตั้งแต่ตำน้ำพริกแกงมัสมั่นเลย แต่ก็ได้รสชาติดังใจเลยออก 3 รส เปรี้ยว เค็ม หวาน ความหวานก็ได้จากน้ำตาลปี๊บหวานกลมกล่อม ความเปรี้ยวจากน้ำมะขามเปียก โดยรวมก็ดูสรชาติกลมกล่อมมากๆ (แต่ก็คงขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลด้วย)

ส่วนผสมแกงมัสมั่นไก่

  • เนื้อไก่ เลือกส่วนสะโพกหรือน่อง 500 กรัม
  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • หางกะทิ 2 ถ้วย
  • น้ำพริกแกงมัสมั่น 2 ช้อนโต๊ะ
  • ถั่วลิสงคั่ว 1/3 ถ้วย
  • อบเชยคั่ว ตัดยาวขนาดหนึ่งนิ้ว 2 ท่อน
  • ลูกกระวานคั่ว 4 เม็ด
  • โปยกั๊ก 3 ดอก
  • มันฝรั่ง ปอกเปลือก หั่นชิ้นขนาดหนึ่งนิ้ว 500 กรัม (ประมาณ 4 หัว)
  • หอมหัวใหญ่ หั่นชิ้น 1 หัว
  • น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 2-3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 2-3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำแกงมัสมั่นไก่

  1. ตั้งกระทะด้วยไฟร้อนปานกลาง ใส่หัวกะทิลงไปเคี่ยว คนช้าๆ จนหัวกะทิแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงมัสมั่นลงไปผัดให้หอม
  2. ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดพอหนังไก่เริ่มตึง จากนั้นใส่ ถั่วลิสงคั่ว อบเชย ลูกกระวาน และโปยกั๊ก ลงไปผัดพอเข้ากัน
  3. เติมหางกะทิลงไป คนพอเข้ากัน เร่งไฟร้อนให้น้ำแกงเดือด
  4. ชิมและปรุงรสตามชอบด้วย น้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลปี๊บ
  5. ปรับไฟเป็นแค่น้ำแกงพอเดือดเบาๆ เคี่ยวซัก 15 นาที หรือจนไก่สุกนุ่ม
  6. ใส่ มันฝรั่ง และหอมหัวใหญ่ ลงไป ปรับไฟแคพอน้ำแกงเดือดเบาๆ เคี่ยวต่อซัก 10 นาที หรือจนมันฝรั่งสุกนุ่ม ปิดไฟ
  7. ตัก แกงมัสมั่นไก่ ใส่ถ้วยเสิร์ฟ พร้อมเสิร์ฟ

แกงมัสมั่นไก่ ควรมีรสชาติออก 3 รส เปรี้ยว เค็ม หวาน ทำเสร็จควรตั้งพักทิ้งไว้ให้น้ำแกงซึมเข้าเนื้อไก่ ซัก 6-7 ชั่วโมง กอ่นเวลาทานนำกลับมาอุ่นให้ร้อนจะอร่อยมาก

Share.

แสดงความเห็น

กรุณากรอกคำตอบ *